ทีโบนสเต็ก t-bone steak

จะทำสเต็กต้องใช้เนื้อส่วนไหน?

จะทำสเต็กต้องใช้เนื้อส่วนไหน?
เวลาที่เราไปทานสเต็กตามร้านอาหาร เนื้อสเต็กบนจานที่เราสั่งมานั้น มีความเหนียวนุ่มและรสสัมผัสแตกต่างกันอย่างไร? เรามาทำความรู้จักเนื้อวัวส่วนต่างๆ ที่นิยมใช้ทำสเต็กกันดีกว่า เผื่อว่าเวลาที่เพื่อนๆ อยากทำสเต็กทานเองที่บ้านจะได้เลือกซื้อเนื้อวัวมาทำสเต็กได้ถูกต้อง และตรงตามสเปคที่เราต้องการ การเลือกซื้อเนื้อทำสเต็ก การคัดเลือกเนื้อมาทำสเต็กนั้นเป็นขั้นตอนแรกในการทำสเต็กที่สำคัญมาก แต่ละส่วนนั้นจะมีความเหนียวนุ่ม และรสชาติแตกต่างกันออกไป สิ่งแรกในการเลือกเนื้อคือ “ความเหนียว” ส่วนที่ใช้งานหนักกว่าส่วนอื่นจะมีความเหนียว เพราะมีการขยับตัวของกล้ามเนื้อบ่อย ดังนั้นเนื้อส่วนที่ดีที่สุด คือเนื้อส่วนที่ไม่ได้ใช้ง่านบ่อย มีกล้ามเนื้อน้อยและไม่เหนียว สิ่งที่สองที่ควรดูคือ “ไขมัน” จะแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อของส่วนต่างๆ ซึ่งเราสามารถมองเห็นเป็นเส้นสีขาวเล็กๆ ที่แทรกซึมอยู่ภายในกล้ามเนื้อ เมื่อนำไปย่างจะทำให้เนื้อมีความนุ่มขึ้น ในเวลาที่เคี้ยวจะทำให้เกิดความรู้สึกชุ่มฉ่ำอยู่ในปาก

สันสะโพก (sirloin) เป็นเนื้อส่วนที่นิยมทานกันมาก ราคาไม่แพง เป็นเนื้อจากส่วนหลังของขาวัว จะมีความนุ่มผสมกับความชุ่มฉ่ำจากไขมัน และมีความเหนียวเล็กน้อย

สันใน (tenderloin) หรือฟิเลมิยอง (filet mignon) เป็นเนื้อส่วนที่มีความนุ่มเป็นพิเศษ เพราะเป็นส่วนที่วัวไม่ได้ออกแรงกล้ามเนื้อมาก นิยมนำมาย่างทั้งก้อน เนื้อส่วนนี้จะมีรสชาติจืด มักจะนิยมทานคู่กับซอสเพื่อเพิ่มรสชาติ

สันนอก (strip loin) เป็นเนื้อส่วนที่ติดอันดับเนื้อสเต็กที่อร่อยที่สุด มีความนุ่มและความชุ่มฉ่ำที่เต็มไปด้วยรสชาติของเนื้อสันติดมัน อีกทั้งราคาไม่แพง

ลูกมะพร้าว (sirloin tip หรือ knuckle) มีลักษณะเป็นก้อนกลมใหญ่ คล้ายลูกมะพร้าว ซึ่งในวัวหนึ่งตัวก็จะมีเนื้อส่วนนี้เพียงสองชิ้นเท่านั้น มีไขมันน้อย เนื้อนุ่ม และมีสีแดงสด

ทีโบน (T-bone) คือเนื้อวัวสันนอกส่วนที่ติดกระดูกเป็นรูปตัวT เนื้อส่วนนี้จะมีส่วนของเนื้อสันนอกและเนื้อสันในผสมกันอยู่ในชิ้นเดียว เวลาทานเนื้อส่วนนี้จะได้รสสัมผัสของเนื้อทั้งสองแบบในเวลาเดียวกัน แต่เนื้อส่วนนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง

พอเตอร์เฮาส์ (porterhouse) ลักษณะพื้นฐานของพอเตอร์เฮาส์จะเหมือนทีโบน เพียงแต่ว่า เนื้อฝั่งสันในของพอเตอร์เฮาส์ จะมีขนาดใหญ่กว่าของทีโบน

สันแหลม (rib eye) เป็นเนื้อส่วนที่ตัดมาจากส่วนของซี่โครง และมีลักษณะเป็นชิ้นกลมแบน คล้ายลูกตา จึงเป็นที่มาของชื่อ rib eye เนื้อมีความนุ่ม และชุ่มฉ่ำไปด้วยไขมัน ได้รสชาติเนื้อแบบเข้มข้น

ใบบัว (flank steak) เนื้อส่วนนี้มีขนาดหนาไม่เกิน 1 นิ้ว หากนำมาย่างต้องสไลต์ให้บาง และนำไปหมัก เพื่อให้เนื้อนุ่ม และเคี้ยวง่ายขึ้น

แหล่งข้อมูล:

จะทำสเต็กต้องใช้เนื้อส่วนไหน?